ภาพรวมของเทคโนโลยี

Google คือผู้เดียวที่มุ่งมั่นจะพัฒนา "เครื่องมือค้นหาที่สมบูรณ์แบบ" ตามที่ผู้ร่วมก่อตั้ง Larry Page ได้ให้คำนิยามว่าเป็นสิ่งที่ "เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร และให้สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ" ด้วยเหตุนี้ Google ได้มุ่งแสวงหานวัตกรรมและปฏิเสธที่จะยอมรับข้อจำกัดในปัจจุบัน ดังนั้น Google จึงได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี PageRank™ ที่ปฏิวัติวิธีการค้นหาขึ้นเอง

ตั้งแต่เริ่มต้น นักพัฒนาของ Google ทราบว่าการให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและแม่นยำที่สุดต้องอาศัยการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ที่ต่างไปจากเดิม ในขณะที่เครื่องมือค้นหาส่วนใหญ่ทำงานจากเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่จำนวนหนึ่ง ซึ่งมักจะทำงานช้าลงเมื่อมีภาระงานสูง Google ใช้คอมพิวเตอร์พีซีที่เชื่อมโยงกันเพื่อให้สามารถค้นหาคำตอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นวัตกรรมนี้ให้ผลเป็นเวลาการตอบสนองที่เร็วกว่า การเพิ่มขีดความสามารถได้ง่ายกว่า และต้นทุนต่ำกว่า และกลายเป็นแนวคิดที่ใครๆ ก็พากันลอกเลียน แต่ Google ยังคงปรับแต่งเทคโนโลยีเบื้องหลังเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก

ซอฟต์แวร์ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีการค้นหาของ Google จะคำนวณค่าต่างๆ มากมายในขณะเดียวกันซึ่งต้องการเวลาเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาที เครื่องมือค้นหาแบบเดิมจะอาศัยข้อมูลความถี่ที่คำนั้นปรากฏบนหน้าเว็บเป็นหลัก ส่วน Google ใช้ PageRank™ เพื่อตรวจสอบโครงสร้างลิงก์ทั้งหมดของเว็บและพิจารณาว่าหน้าเว็บใดสำคัญที่สุด จากนั้นดำเนินการวิเคราะห์การจับคู่เพื่อให้ทราบว่าหน้าเว็บใดเกี่ยวข้องกับการค้นหาที่ดำเนินการอยู่ การรวมความสำคัญและความเกี่ยวข้องกับคำที่ค้นหา ทำให้ Google สามารถแสดงผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงและเชื่อถือได้ไว้อันดับแรก

  • เทคโนโลยี PageRank: PageRank จะดำเนินการวัดความสำคัญของหน้าเว็บนั้นอย่างยุติธรรม โดยแก้ไขสมการที่มีตัวแปรกว่า 500 ล้านค่า และคำอีก 2 พันล้านคำ แทนที่จะนับลิงก์โดยตรง PageRank จะแปลลิงก์จากหน้า A ไปยังหน้า B เป็นการลงคะแนนให้กับหน้า B โดยหน้า A จากนั้น PageRank จะประเมินความสำคัญของหน้าเว็บตามจำนวนการลงคะแนนที่ได้รับ

    นอกจากนี้ PageRank ยังพิจารณาความสำคัญของแต่ละหน้าที่มีการลงคะแนน เนื่องจากหน้าเว็บบางหน้าอาจมีค่ามากกว่า ทำให้หน้าที่เชื่อมโยงไปมีค่ามากว่า หน้าเว็บที่สำคัญจะได้รับ PageRank สูง และปรากฏด้านบนของผลลัพธ์การค้นหา เทคโนโลยีของ Google จะใช้ข้อมูลสะสมของเว็บเพื่อพิจารณาความสำคัญของหน้านั้นๆ ผลลัพธ์นี้จะไม่มีการดำเนินการหรือจัดการโดยบุคคล ทำให้ผู้ใช้เชื่อมั่นใน Google ว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และไม่ถูกบิดเบือนด้วยการจัดวางตำแหน่งที่มีการชำระเงิน

  • การวิเคราะห์จับคู่ไฮเปอร์เท็กซ์:เครื่องมือค้นหาของ Google ยังวิเคราะห์เนื้อหาของหน้าเว็บ แต่แทนที่จะสแกนข้อความในหน้าเว็บ (ซึ่งอาจมีการจัดการโดยผู้เผยแพร่เว็บไซต์ผ่านทาง meta-tag) เทคโนโลยีของ Google จะวิเคราะห์เนื้อหาทั้งหมดและพิจารณาแบบอักษร การแบ่ง และตำแหน่งของแต่ละคำ นอกจากนี้ Google ยังวิเคราะห์เนื้อหาของหน้าเว็บใกล้เคียงเพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ที่แสดงนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการค้นหาของผู้ใช้มากที่สุด

นวัตกรรมของ Google ไม่ได้หยุดอยู่ที่เดสก์ท็อปเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผลลัพธ์การค้นหาที่รวดเร็วและแม่นยำแก่ผู้ใช้ที่เข้าถึงเว็บผ่านทางอุปกรณ์พกพา Google ได้บุกเบิกเทคโนโลยีการค้นหาแบบไร้สายสำหรับการแปลง HTML ในทันทีให้เป็นรูปแบบที่เหมาะสำหรับ WAP, i-mode, J-SKY และ EZWeb ในขณะนี้ Google ให้บริการเทคโนโลยีไร้สายแก่ผู้นำในตลาดจำนวนมาก รวมถึง AT & T Wireless, Sprint PCS, Nextel, Palm, Handspring และ Vodafone ตลอดจนผู้ให้บริการอื่นๆ อีกมากมาย

วงจรการค้นหาของ Google

ระยะเวลาของการค้นหาด้วย Google มักจะใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งวินาที แต่มีขั้นตอนต่างๆ หลายขั้นตอนก่อนที่จะแสดงผลลัพธ์ให้กับบุคคลที่ต้องการข้อมูล


3.
ผลลัพธ์การค้นหาจะแสดงแก่ผู้ใช้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
    1. เว็บเซิร์ฟเวอร์จะส่งการค้นหาไปยังเซิร์ฟเวอร์ดัชนี เนื้อหาภายในเซิร์ฟเวอร์ดัชนีจะคล้ายกับดัชนีที่ด้านหลังของหนังสือ คือบอกว่าหน้าใดมีคำใดที่ตรงกับการค้นหา
2. การค้นหาจะเดินทางไปยังเซิร์ฟเวอร์เอกสาร ซึ่งจะเรียกเอกสารที่เก็บไว้ขึ้นมา จะมีการสร้างรายละเอียดขึ้นเพื่ออธิบายผลลัพธ์การค้นหาแต่ละรายการ
   ©2009 Google - หน้าแรก - เกี่ยวกับ Google - นโยบายส่วนบุคคล - ข้อกำหนดในการให้บริการ